วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คำถามกฎหมาย

รายงานชิ้นที่ 2

ให้นักเรียนค้นคว้าในเรื่องต่อไปนี้ แล้วตอบลงในบล็อกของนักเรียน

1. กฎหมาย คืออะไร?
ตอบ  คือ ข้อบังคับของรัฏฐาธิปััตย์ ที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของพลเมืือง หากใครฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ

2. ลักษณะสำคัญของกฎหมาย มีอะไรบ้าง?
ตอบ กฏหมายต้องมี 5 ประการดังนี้
     1. กฏหมายต้องเป็นคำสั่งรือข้อยังคับ
     2. กฏหมายต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคัที่มาจากรัฏฐาธิปัตย์
     3. กฏหมายต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่ใช้ได้ทั่วไป
     4. กฏหมายบัญญัติขึ้นเพื่อให้บุคคลปฏิบัติตาม
     5. กฏหมายต้องมีสภาพบังคับ

3. กฎหมายมีความสำคัญหรือมีประโยชน์อย่างไร?
ตอบ    1. กฏหมายสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยเเก่สังคมและประเทษชาติ
           2. การบริหารราชการแผ่นดินและการปกครองบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
           3. สังคมจะสงบสุขเมื่อทุกคนปฏิบัติตามกฏหมาย
           4. กฏหมายสร้างวคามเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์
           5. กฏหมายเป็นกฏเกณฑ์ที่สำคัญเพื่อต่อให้เกิดความยุติธรรม

4. การแบ่งประเภทของกฎหมาย มีการแบ่งตามหลักเกณฑ์ใดบ้าง?
ตอบ โดยใช้แหล่งกำเนิด แบ่งได้ 2 อย่าง
               1.กฎหมายภายใน
               2.กฎหมายภายนอก
1.กฎหมายภายใน
แบ่งตามเนื้อหา แบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่
-กฎหมายลายลักษณ์อักษร
-กฎหมายไม่เป็ฯลายลักษณ์อักษร
แบ่งตามสภาพบังคับ แบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่
-กฎหมายอาญา
-กฎหมายแพ่ง
แบ่งตามลักษณะการใช้แบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก
-กฎหมายสารบัญญัติ
-กฎหมายวิธีสบัญญัติ
แบ่งตามลักษณะของฐานะและความสัมพันธ์/ปปช. ได้ 2ประเภท คือ
-กฎหมายมหาชน
-กฎหมายเอกชน
2.กฎหมายภายนอก
แบ่งตามลักษณะของฐานะและความสัมพันธ์ เช่น
1.กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง
2.กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล
3.กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีอาญา

5. ให้นักเรียนเขียน ศักดิ์ หรือลำดับชั้นของกฎหมาย เรียงจากสูงไปหาต่ำ?
ตอบ ลำดับศักดิ์ของกฎหมายในระบบกฎหมายไทย แบ่งอย่างละเอียดเป็น 7 ชั้น ได้แก่
  1. รัฐธรรมนูญ
  2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
  3. พระราชบัญญัติ
  4. พระราชกำหนด
  5. พระราชกฤษฎีกา
  6. กฎกระทรวง
  7. ข้อบัญญัติท้องถิ่น ได้แก่ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และข้อบัญญัติเมืองพัทยา
6. ที่มาของกฎหมายในระบบ Civil Law มีอะไรบ้าง?
ตอบ ซีวิลลอว์ (อังกฤษ: civil law) เป็นระบบกฎหมายซึ่งได้รับอิทธิพลจากกฎหมายโรมัน ลักษณะพื้นฐานของซีวิลลอว์คือ เป็นกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นระบบประมวล และมิได้ตัดสินตามแนวคำพิพากษาของศาล ระบบกฎหมายดังกล่าวจึงได้ยึดถือฝ่ายนิติบัญญัติเป็นบ่อเกิดหลักของกฎหมาย และระบบศาลมักจะใช้วิธีพิจารณาโดยระบบไต่สวน และศาลจะไม่ผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนๆ

7. ที่มาของกฎหมายในระบบ Common Law มีอะไรบ้าง?
ตอบ ระบบกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law System)
เป็นระบบที่ใช้กันในเครือจักรภพอังกฤษและในสหรัฐอเมริกา โดยจะใช้คำพิพากษาที่ศาลเคยวางหลักไว้แล้วเป็นหลักในการพิจารณา ระบบนี้มีกฎหมายที่บัญญัติโดยรัฐสภาเช่นเดียวกับประเทศที่ใช้ระบบประมวล กฎหมาย แต่ระบบกฎหมายทั่วไปนี้ จะให้อำนาจผู้พิพากษาในการตีความกฎหมายอย่างมาก จึงลดทอนความสำคัญของกฎหมายของรัฐสภาลง และจะตีความในลักษณะจำกัดเท่าที่ลายลักษณ์อักษรไว้บัญญัติเท่านั้น ตัวอย่างประเทศที่ใช้ระบบนี้ในปัจจุบันนั้น ได้แก่ เครือจักรภพอังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินเดีย เป็นต้น (กฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษมีเอกลักษณ์ที่ น่าสนใจ คือ อังกฤษเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) ซึ่งหมายถึง หลักการปกครองต่างๆ ไม่ได้อยู่รวมกันเป็นรัฐธรรมนูญเฉพาะ แต่กระจายอยู่ตามกฎหมายต่างๆ และคำพิพากษาต่างๆ รวมทั้งธรรมเนียมปฏิบัติที่ สืบทอดกันมาจนกลายเป็นจารีตประเพณี ดังนั้น จึงมีความยืดหยุ่น สามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เสมือนเป็นสิ่งมีชีวิต สิ่งที่กล่าวมานี้ทำให้รัฐธรรมนูญอังกฤษมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง อันเป็นผลมาจากวิวัฒนาการยาวนานของระบอบประชาธิปไตยในประเทศอังกฤษที่สะท้อน ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในดุลอำนาจของกลุ่ม และชนชั้นต่างกฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษจึงเป็นการค่อยๆ ลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ลงที่ละเล็กละน้อย ดังจะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญอังกฤษในยุคแรกเป็นการดุลอำนาจระหว่างพระมหา กษัตริย์กับกลุ่มขุนนาง ต่อมาในศตวรรษที่ 19 มีรัฐธรรมนูญที่เป็นตัวแทนของชนชั้นกลางมากขึ้น เรื่อยมาจนเป็นรัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 20
  ดังนั้น การที่จะเข้าใจรัฐธรรมนูญอังกฤษที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากประเทศอื่นๆ นั่นก็คือ การที่มีรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร จึงควรทำความเข้าใจเบื้องต้นถึงประวัติ และที่มาของรัฐธรรมนูญรวมถึงหลักการสำคัญที่ถูกกำหนดเป็นพื้นฐานของรัฐ ธรรมนูญเพื่อที่จะเห็นภาพรวมของรัฐธรรมนูญอังกฤษ)
8. ระบบกฎหมายในปัจจุบันมีกี่ระบบ ระบบใดบ้าง?
กฎหมายที่ใช้กันในโลกแบ่งออกได้เป็นสองระบบใหญ่ คือ ระบบกฎหมายจารีตประเพณี (common law system) และระบบประมวลกฎหมาย (civil law system) ซึ่งทั้งสองระบบนี้ ต่างก็มีกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่คนโดยทั่วไปมักจดจำว่าระบบกฎหมาย common law ไม่ใช่กฎหมายลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ดีการแบ่งระบบกฎหมายโดยทั่วไปที่ได้รับการยอมรับกันในเชิงกฎหมาย เปรียบเทียบแบ่งออกเป็น 4 ระบบ ดังนี้
  • ระบบกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law System)
          เป็นระบบที่ใช้กันในเครือจักรภพอังกฤษและในสหรัฐอเมริกา โดยจะใช้คำพิพากษาที่ศาลเคยวางหลักไว้แล้วเป็นหลักในการพิจารณา ระบบนี้มีกฎหมายที่บัญญัติโดยรัฐสภาเช่นเดียวกับประเทศที่ใช้ระบบประมวล กฎหมาย แต่ระบบกฎหมายทั่วไปนี้ จะให้อำนาจผู้พิพากษาในการตีความกฎหมายอย่างมาก จึงลดทอนความสำคัญของกฎหมายของรัฐสภาลง และจะตีความในลักษณะจำกัดเท่าที่ลายลักษณ์อักษรไว้บัญญัติเท่านั้น ตัวอย่างประเทศที่ใช้ระบบนี้ในปัจจุบันนั้น ได้แก่ เครือจักรภพอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินเดีย เป็นต้น
  • ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law System)
          เป็นระบบที่ใช้กันในภาคพื้นทวีปยุโรป โดยมีหลักกฎหมายซึ่งสืบทอดมาจากหลักกฎหมายโรมัน ในการเรียนการสอนกฎหมายของบางประเทศ เช่น เยอรมัน จะต้องเรียนรู้ภาษาลาตินก่อนจึงจะสามารถเรียนกฎหมายได้ ประมวลกฎหมายสำคัญซึ่งเป็นที่ยอมรับกันและเป็นตัวอย่างให้กับนานาประเทศ ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งฝรั่งเศส ระบบกฎหมายนี้ ผู้พิพากษาสามารถตีความกฎหมายลายลักษณ์อักษรในลักษณะขยายความได้ โดยมีหลักว่า ผู้พิพากษาจะต้องค้นหากฎหมายที่จะนำมาตัดสินคดีความจากกฎหมายลายลักษณ์อักษร ก่อน หากไม่ได้จึงจะใช้หลักกฎหมายทั่วไป และกฎหมายจารีตประเพณี ตัวอย่างประเทศที่ใช้ระบบนี้ในปัจจุบันนั้น ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น ประเทศสแกนดิเนเวีย รวมทั้งประเทศไทย เป็นต้น
  • ระบบกฎหมายศาสนา (Religious Law System)
          หมายถึงระบบกฎหมายที่พึ่งพิงกับระบบทางศาสนาหรือใช้คัมภีร์ทางศาสนาเป็น กฎหมาย ซึ่งมักจะมีวิธีการใช้กฎหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ การใช้ฮาลัคกาห์ของยิวในกฎหมายมหาชน ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นได้ lขณะที่การใช้กฎหมายอิสลามขี่นอยู่กับบรรทัดฐานการใช้กฎหมายที่มีมาก่อนและ การตีความด้วยการเทียบเคียงเป็นต้น ตัวอย่างประเทศที่ใช้ระบบนี้ในปัจจุบันนั้น ได้แก่ อัฟกานิสถาน ลิเบีย อิหร่าน เป็นต้น
  • ระบบกฎหมายผสมผสาน (Pluralistic Systems)
          หมายถึงระบบที่ใช้การผสมผสานจากสามระบบข้างต้น ซึ่งมักเกิดจากอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างระบบ กฎหมายขึ้น เช่น มาเลเชียใช้ระบบกฎหมายทั่วไปเป็นหลักผสมผสานกับระบบกฎหมายศาสนา อิยิปต์ใช้ระบบกฎหมายศาสนาเป็นหลักผสมผสานกับระบบประมวลกฎหมาย เป็นต้น

9. ประเทศไทย เป็นประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายใด?
ตอบ ประเทศไทย ใช้ระบบกฎหมายCivil law หรือเรียกว่าระบบประมวลกฎหมาย หรือระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร  ก่อนกล่าวถึงกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
10. องค์ประกอบสำคัญของ "รัฐ" มีอะไรบ้าง?
ตอบ องค์ประกอบสำคัญของรัฐ มี 4 ประการ คือ

           1. ประชากร รัฐทุกรัฐจะต้องมีประชากรจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีจุดมุ่งหมายและมี ประโยชน์ร่วมกัน จำนวนประชากรของแต่ละรัฐอาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือ จะต้องมีประชากรดำรงชีพอยู่ภายในขอบเขตของรัฐนั้น

           2. ดินแดน รัฐต้องมีดินแดนอันแน่นอนของรัฐนั้น กล่าวคือ มีเส้นเขตแดนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งโดยข้อเท็จจริงและโดยสนธิสัญญา ทั้งนี้รวมถึงพื้นดิน พื้นน้ำและพื้นอากาศ

           3. อำนาจอธิปไตย อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจรัฐ หมายถึง อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ทำให้รัฐสามารถดำเนินการทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองภายในและภายนอก

           4. รัฐบาล รัฐบาลคือ องค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินงานของรัฐในการปกครองประเทศ รัฐบาลเป็นผู้ทำหน้าที่สาธารณะสนองเจตนารมย์ของสาธารณชนในรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและป้องกันการรุกรานจากรัฐอื่น รัฐบาลเป็นองค์กรทางการเมืองที่ขาดไม่ได้ของรั

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2012



รายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2012 วันที่ 6 พย.
 รายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2012 วันที่ 6 พย.
อัพเดทล่าุสุด ข่าวรายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2012 วันที่ 7 พย.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต สามารถรักษาเก้าอี้ผู้นำสหรัฐเป็นสมัยที่ 2 หลังคว้าชัยชนะขาดลอยเหนือนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน ด้วยคะแนนคณะผู้เลือกตั้งล่าสุด 303  ต่อ 206  เสียง
โอบามา ซึ่งเคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐ สร้างสถิติอีกครั้งด้วยการเป็นผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนที่ 2 ที่สามารถดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐติดต่อกัน 2 สมัย นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ที่สามารถทำได้คนแรก คืออดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐระหว่างปี 2535-2543
นอกจากนี้ โอบามายังสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรก ในรอบ 70 ปี ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ขณะที่อัตราว่างงานสูงกว่า 7.4% แม้อัตราการจ้างงานโดยรวมจะเพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านตำแหน่ง แต่อัตราการว่างงานประจำเดือนต.ค. กลับอยู่ที่ 7.9%
อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันกว่าครึ่งที่ออกมาใช้สิทธิ์ เชื่อว่าปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญเป็น “ผลงาน” ของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ไม่ใช่โอบามา
ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน และประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกันหน้าทำเนียบขาว พร้อมกับส่งเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจ เช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถยนต์แทบทุกคัน ที่ต่างพากันบีบแตรเมื่อแล่นผ่านทำเนียบขาว อันเป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดีต่อชัยชนะที่จะนำไปสู่การครองตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีกหนึ่งสมัย โอบามาทวีตข้อความเพียงสั้นๆผ่านทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของเขา @barackobama ขอบคุณประชาชนและผู้สนับสนุนทุกคน ที่ช่วยกันทำวันนี้ให้เป็นจริง
เช่นเดียวกับบริเวณภายนอกศูนย์ประชุมในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตเริ่มหลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่ เพื่อรอการปรากฏตัวของโอบามา และครอบครัว พร้อมกับรับฟังสุนทรพจน์ประกาศชัยชนะของเขา
รายงานระบุว่า ระหว่างที่การลงคะแนนเลือกตั้งกำลังดำเนินอยู่ โอบามาร่วมเล่นบาสเกตบอลกับกลุ่มเพื่อนสนิท ซึ่งมีทั้งบุคคลในแวดวงการเมือง และนักบาสเกตบอลอาชีพจากทีมชิคาโก บูลส์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่โอบามาปฏิบัติตั้งแต่วันหยั่งเสียงเลือกตั้งเบื้องต้น เพื่อหาตัวแทนพรรคเดโมแครตลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี ระหว่างเขากับนางฮอลลารี คลินตัน เมื่อปี 2551
แม้ผลการนับคะแนนจะยังไม่เสร็จสิ้นครบทั้ง 50 รัฐ แต่โอบามีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งล่าสุดอยู่ที่ 303  จาก 538 เสียง ซึ่งถือว่าเกิน 270 เสียงตามที่รัฐธรรมนูญสหรัฐบัญญัติไว้ โดยโอบามาได้รับชัยชนะในรัฐดังต่อไปนี้ ( รัฐ-คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง )
แคลิฟอร์เนีย – 55 เสียง
คอนเนกติกัต – 5 เสียง
โคโลราโด – 9 เสียง
เดลาแวร์ – 3 เสียง
ฮาวาย – 4 เสียง
อิลลินอยส์ – 20 เสียง
ไอโอวา – 6 เสียง
เมน – 4 เสียง
แมริแลนด์ – 10 เสียง
แมสซาชูเซตส์ – 11 เสียง
มิชิแกน – 16 เสียง
มินนิโซตา – 10 เสียง
นิวแฮมป์เชียร์ – 4 เสียง
นิวเจอร์ซีย์ – 14 เสียง
นิวเม็กซิโก – 5 เสียง
นิวยอร์ก – 29 เสียง
เนวาดา – 6 เสียง
โอไฮโอ – 18 เสียง
ออริกอน – 7 เสียง
เพนซิลเวเนีย – 20 เสียง
ฟลอริดา – 29 เสียง
โรดไอแลนด์ – 4 เสียง
เวอร์จิเนีย – 13 เสียง
เวอร์มอนต์ – 3 เสียง
วอชิงตัน ดีซี – 3 เสียง
วอชิงตัน – 12 เสียง
วิสคอนซิน – 10 เสียง
ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งตัวขึ้นทันทีเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ตอบรับชัยชนะของโอบามา โดยมาปิดอยู่ที่ 1.2860 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 ยูโร ในการซื้อขายเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ในตลาดโตเกียว และอยู่ที่ 1.2814 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 ยูโร หลังการซื้อขายในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร แต่เมื่อเทียบกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแล้วอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 80.05 เยน ในตลาดโตเกียว และ 80.34 เยนในตลาดนิวยอร์ก
ล่าสุดรอมนีย์ขึ้นเวทีที่ศูนย์ประสานงานเลือกตั้งของเขาในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวแสดงความยินดีต่อโอบามา และอวยพรให้อีกฝ่ายประสบความสำเร็จ พร้อมกับยอมรับความพ่ายแพ้ และขอบคุณทีมงานหาเสียงของเขาทุกคน รวมถึงนายพอล ไรอัน ผู้สมัครคู่กับเขาในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ที่ทำงานกันอย่างหนักตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา.





             สำนักข่าว Foxnews รายงาน ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐและเป็นผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ได้คะแนนเสียงคณะผู้แทนรวมทุกมลรัฐที่รู้ผลชี้ขาดล่าสุด สูงกว่านายมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครจากพรรครีพับรีกัน โดยผลขั้นชี้ขาด เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.17 นาทีตามเวลาในประเทศไทย ในนาทีที่รู้ผลคะแนนชนะเลิศ 18 เสียงเพิ่มเติมจากรัฐโอไฮโอ ที่เป็นสวิง สเตท หรือ รัฐที่มีการแข่งขันสูง ทำให้นายโอบามา มีคะแนนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของที่นั่งคณะผู้แทนทั้งหมด 270 เสียง ชนะเลิศการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีต่อ เป็นสมัยที่สอง โดยผลการนับคะแนนล่าสุด คะแนนเสียงนายโอบามา ขยับขึ้นมานำเป็น 303 ต่อ 206 คะแนน ล่าสุดเหลือเพียงรัฐฟลอริด้าเพียงแห่งเดียวที่ผลการนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น
ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ เกิดจากผลคะแนนที่เกินความคาดหมายในบางรัฐที่สำคัญและแข่งขันสูง อย่าง โคโลราโด เพนซินวาเนีย เวอร์จิเนีย รวมถึง โอไฮโอ แม้จะได้คะแนนเสียงรวมจากประชาชนเกือบเท่ากันกับนายรอมนีย์ แต่การคว้าชัยในในรัฐที่มีคะแนนเสียงคณะผู้แทนจำนวนมาก อาทิ แคลิฟอเนียร์ นิวยอร์ก มิชิแกน รวมถึงคว้าชัยในรัฐที่มีการแข่งขันสูง ทำให้นายโอบามา คว้าชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งนี้ไปได้ ด้วยคะแนนที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างมาก
สำหรับบรรยากาศที่สำนักงานใหญ่ทีม หาเสียงของนายโอบามา ในนครชิคาโก ฝูงชนผู้สนับสนุนจำนวนมาก เฝ้ารอการประกาศชัยชนะของนายโอบามา ด้วยอารมณ์สนุกสนาน สมหวังยินดีในชัยชนะกันถ้วนหน้า โดยนายโอบามา กล่าวถึงชัยชนะของตน และพร้อมที่จะนำพาชาวอเมริกาเดินหน้า ฝ่าฟันวิกฤติและอุปสรรคต่างๆที่เผชิญกันอยู่

“โอบามา”คว้าชัยสมัย 2 นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี ทิ้งห่าง ''มิตต์ รอมนีย์''
วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2555 เวลา 09:58 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา  ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต หลังจากมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งตามหลังนายมิตต์ รอมนีย์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน  โดยโอบามาเก็บชัยชนะในรัฐสำคัญอย่างเพนซิลวาเนีย  ซึ่งสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์และเอ็มเอสเอ็นบีซีคาดหมายว่า โอบามาเก็บชัยชนะที่รัฐเพนซิลวาเนีย  ซึ่งมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 20 เสียง นอกจากนี้ เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ในอเมริกา ยังรายงานอีกว่า ประธานาธิบดีโอบามา ยังชนะรอมนีย์ ในรัฐมิชิแกน  ซึ่งไม่ได้เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองใด   โดยผลดังกล่าวทำลายความหวังของรอมนีย์ที่ต้องการชนะโอบามาในรัฐมิชิแกน  ที่เป็นรัฐบ้านเกิดของเขา อีกทั้งบิดาของรอมนีย์ ก็เคยเป็นผู้ว่าการรัฐมาก่อน  รวมทั้งเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ  สามารถเก็บชัยชนะใน 3 รัฐ “สวิง สเตท” หรือรัฐที่ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่ง ประกอบด้วยเพนซิลเวเนีย วิสคอนซิน และนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 20 เสียง 10 และ 4 เสียงตามลำดับ บวกกับอีกหนึ่งรัฐฐานเสียงของพรรคเดโมแครต คือรัฐเมน ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 4 เสียง ทำให้ตอนนี้คะแนนรวมคณะผู้เลือกตั้งของโอบามาล่าสุด ขึ้นมานำรอยนีย์ที่ 172 ต่อ 163
อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยืนยันว่า ต้องจับตามองไปที่ 2 รัฐสวิง สเตท ใหญ่ คือ ฟลอริดา ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากถึง 29 เสียง ซึ่งผลการนับคะแนนล่าสุด ที่เสร็จสิ้นไปแล้วอย่างไม่เป็นทางการ โอบามาได้คะแนน 3,866,753 คะแนน ส่วนรอมนีย์ไล่จี้มาติดๆ ที่ 3,850,769 คะแนน ในรัฐโอไฮโอ ซึ่งมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 18 เสียง ผลการนับคะแนนล่าสุดที่เสร็จสิ้นไปแล้ว 68% ระบุโอบามามีคะแนนนำรอมนีย์ 1,927,908 ต่อ 1,837,907 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50 ต่อ 48
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมจากกรุงวอชิงตันว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาสามารถคว้าชัยชนะในรัฐคลิฟอร์เนีย ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากถึง 55 เสียง บวกกับในรัฐฮาวาย และวอชิงตัน ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 4 และ 12 เสียงตามลำดับ ทำให้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของเขาตอนนี้อยู่ที่ 274 เสียงแล้วซึ่งทำให้นายโอบามาชนะนายมิตต์ รอมนีย์อย่างไม่เป็นทางการ  
สำหรับการรักษาเก้าอี้ผู้นำสหรัฐ และสร้างสถิติผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนที่ 2 นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ครองตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ 2 สมัย ถัดจากอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน
ขณะที่นายมิตต์ รอมนีย์ยังคงไล่ตามมาด้วยการคว้าชัยในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 15 เสียง ทำให้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของเขาอยู่ที่ 203 เสียง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดี 2012 สหรัฐล่าสุด ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา สามารถคว้าชัยชนะในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นรัฐ “สวิง สเตท” สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ เก็บคะแนนคณะผู้เลือกตั้งไปอีก 18 เสียง และเมื่อบวกกับรัฐไอโอวา อีกหนึ่งรัฐสวิง สเตท ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 6 เสียง ทำให้คะแนนรวมคณะผู้เลือกตั้งของโอบามาอยู่ที่ 275 เสียง ซึ่งถือว่าเกินเกณฑ์ 270 เสียง จาก 538 เสียง สามารถป้องกันตำแหน่งผู้นำสหรัฐได้เป็นสมัยที่ 2 โดยไม่จำเป็นต้องรอผลการนับคะแนนในอีก 12 รัฐที่เหลือ ขณะที่คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของรอมนีย์ยังอยู่ที่ 203 เสียง